สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนี
ศรีรัตนลงกาทีปมหาสวามี
"บูรพาจารย์แห่งสำนักสุวรรณโคมคำ"
พระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีศรีรัตนลงกาทีปมหาสวามี มีพระนามเดิมว่า พระศรีศรัทธา เป็นโอรสของพ่อขุนรามคำแหง ประสูติ ณ เมืองสองแคว (พิษณุโลก) ปรากฏในศิลาจารึกวัดศรีชุมว่า “พระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนี เป็นโอรสหรือลูกชายของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” เมื่อเจริญชันษาได้ทรงศึกษาศิลปวิทยาการ และเจนจบคัมภีร์มหาจักรพรรดิราชเรียกอีกชื่อว่า "คัมภีร์สุวรรณโคมคำ" ทรงสำเร็จวิชาในคัมภีร์มหาจักรพรรดิราชแต่ครั้งเยาว์วัย นอกจากนี้ยังทรงเชี่ยวชาญในวิชาคชศาสตร์ และอัศวศาสตร์ ในช่วงวัยหนุ่มทรงสร้างวีรกรรมทำยุทธหัตถีกับขุนต่างๆ มากมาย เช่น ขุนจัง และได้รับชัยชนะเหนือขุนเหล่านั้นทั้งหมด
ต่อมาพระศรีศรัทธาเห็นภัยในการครองเรือน ทรงบริจาคทานวัตถุมากมาย โปรดให้นำเครื่องศาตราวุธต่างๆ ออกมาทำลายเสียสิ้น แล้วดำเนินตามรอยพระโพธิสัตว์เวสสันดร โดยทรงยกพระราชธิดาทั้งสองให้แก่ราชบุตรเมืองพระเยา ยกพระชายาให้แก่เจ้าเมืองเสลียง แล้วพระองค์ได้หลั่งน้ำตั้งจิตปรารถนาพุทธภูมิ (หวังจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆ ไปในอนาคต) จากนั้นจึงผนวช ณ วัดจุฬามณี (จูลามูนี จุฬามุณี ก็เรียก) เมืองสองแคว อันเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน ท่านได้จำพรรษาที่วัดจุฬามณีหลายพรรษาด้วยกัน เมื่อออกพรรษาได้เที่ยวจำศีลภาวนาอยู่ตามป่าเขา ตามดง บางครั้งก็ฉันแต่ใบไม้และผลไม้ ถือวัตรเคร่งครัดแบบพระมหาเถระในสิงหลทวีป (เกาะลังกา)
สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธายังได้เที่ยวซ่อมแซมปฏิสังขรณ์พระธาตุ เจดีย์ วิหารที่ชำรุด ฟื้นฟูวัดวาศาสนา "กระทำบ่ให้ฉิบ บ่ให้หายสักแห่ง" ต่อมาได้เดินทางไปแสวงบุญที่เกาะลังกาเพื่อศึกษาหลักธรรม ภายหลังกลับมายังกรุงสุโขทัย ท่านได้เผยแผ่หลักธรรมที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน รวมถึงได้ประดิษฐานพระธาตุไว้ตามที่ต่างๆ เพื่อให้เป็นที่สักการะบูชาและยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนสืบไป กิตติคุณของท่านเป็นที่รู้จักกันทั่ว ต่อมาท่านได้รับตำแหน่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชมีนามปรากฎว่า “สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีศรีรัตนลงกาทีปมหาสวามี” เมื่อบั้นปลายชีวิตเล่าว่า ท่านกลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านเกิดคือ วัดจุฬามณี จนกระทั่งละสังขารจากโลกนี้ไป

แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของเมืองสองแควในอดีต
|