 
( ภาาพสระและฝาย รวมถึงสิ่งก่อสร้างบางส่วนในธรรมสถานสุวรรณาภา)
ชมภาพอื่น ๆ อีกมากมายในธรรมสถานสุวรรณาภา (คลิ๊กเลย)
เมื่อพ.ศ. ๒๕๓๖ คุณอาภา เพิ่มทรัพย์หิรัญ ได้ซื้อที่ไว้แปลงหนึ่งที่อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก จำนวน ๖๐ ไร่ เพื่อสงเคราะห์ให้ญาติคนหนึ่งของท่านที่จบการศึกษาทางด้านการเกษตรได้ใช้ทำการเกษตรตามที่ได้ร่ำเรียนมา และภายหลังได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีก ๒ แปลงในเขตติดต่อกัน รวมเป็นที่ดินทั้งสิ้นจำนวน ๑๐๕ ไร่ ต่อมาญาติผู้นั้นได้เสียชีวิตลง หลังจากนั้น คุณอาภาได้ส่งคนมาทำการเกษตรเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นครั้งคราว
จวบจนต้นปี ๒๕๔๗ (ก.พ. ๒๕๔๗) คุณอาภาได้มีโอกาสเข้าอบรมโหราศาสตร์แนวบุญกรรม คัมภีร์สุวรรณโคมคำ ที่จิตตภาวันวิทยาลัย จ.ชลบุรี และเกิดศรัทธาปสาทะในคณาจารย์สุวรรณโคมคำ จึงศึกษาในคัมภีร์นี้เรื่อยมา จนกลางปี ๒๕๔๗ (มิ.ย.๒๕๔๗) ได้เกิดความคิดที่จะถวายที่ดินที่จังหวัดพิษณุโลกแก่คณาจารย์สุวรรณโคมคำท่านหนึ่ง คิดได้ดังนี้แล้วเกิดศรัทธาแรงกล้า จึงถามความเห็นของสามีและลูกๆ เมื่อทุกคนได้ฟัง ต่างก็พร้อมเพรียงกันอนุโมทนายินดีในความคิดนี้ จึงได้นำความประสงค์มาบอกแก่พระมหาคารม อุตฺตมปญฺโญ ซึ่งเป็นท่านหนึ่งในคณาจารย์สุวรรณโคมคำรุ่นแรก ว่ามีประสงค์จะถวายที่ดินที่จังหวัดพิษณุโลกแก่ท่าน เพื่อสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอันป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาสืบต่อไป
พระมหาคารม เห็นความตั้งใจของคุณอาภา จึงได้ศึกษาพูดคุยกันในรายละเอียดแล้ว เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับครูบาอาจารย์ พร้อมกันนั้นก็ได้ปรึกษาและชักชวนบุคคลที่รักและนับถือกันทั้งในส่วนของพระภิกษุและฆราวาสมาร่วมงาน เพราะเห็นว่า งานครั้งนี้เป็นงานใหญ่ ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยคนเพียงคนเดียว เมื่อทีมงานพร้อมเพรียงแล้วก็ยกคณะเดินทางไปดูพื้นที่จริงที่จังหวัดพิษณุโลก
ทีมงานได้พบว่า พื้นที่นี้เป็นสถานที่งดงาม มีพื้นที่กว้างขวางตั้งอยู่ในภูมิประเทศอันดี ร่มรื่นเขียวขจี ประกอบด้วยภูเขา ลำธาร น้ำตกและต้นไม้น้อยใหญ่ อยู่ในบริเวณเดียวกัน เหมาะแก่การศึกษาปฏิบัติธรรม พระมหาคารมและคณะจึงตกลงใจรับพื้นที่นี้ไว้ และกำหนดจะสร้างเป็นธรรมสถานปฏิบัติธรรม อันจะนำมาซึ่งการศึกษา ปฏิบัติ และเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างกว้างขวางสืบไปในอนาคต โดยเฉพาะการปฏิบัติอันเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญปฏิบัติบูชาว่าเป็นบูชาอันยิ่ง การปฏิบัติบูชาเท่านั้นที่จะสามารถขัดเกลากิเลสของบุคคล รวมทั้งรักษาและสืบอายุพระพุทธศาสนาได้อย่างแท้จริง ทีมงานจึงกำหนดที่จะสร้างเป็นสถานปฏิบัติธรรม
เนื่องจากพระอาจารย์มหาคารม ไม่ต้องการให้สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้เกิดขึ้นโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และตายไปพร้อมความสิ้นสุดของบุคคลนั้น ประกอบกับในปัจจุบันมีบุคคลบางกลุ่มเข้ามาก้าวก่าย กิจการพระศาสนา และพยายามยึดครองศาสนสมบัติในพระพุทธศาสนา จึงทำให้วัดขาดอิสระและเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างจำกัด คณะผู้ก่อตั้งจึงเห็นพ้องต้องกันว่า ให้บริหารจัดการสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้โดยคณะบุคคลในรูปแบบของมูลนิธิ โดยให้ชื่อว่า “มูลนิธิสุวรรณโคมคำ” ตามชื่อของคัมภีร์และให้สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้เป็นสมบัติของมูลนิธิ โดยมีชื่อว่า “ธรรมสถานสุวรรณาภา” ตามชื่อของคัมภีร์รวมกับชื่อของคุณอาภา ซึ่งเป็นผู้ถวายที่ดิน จากนั้น จึงได้จัดให้มีการทอดผ้าป่าครั้งแรกเพื่อก่อตั้งธรรมสถานสุวรรณาภาขึ้น ในวันศุกร์ ที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๗ ณ วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร ปรากฏว่ามีญาติโยมศรัทธาให้ความร่วมมือในการจัดงานอย่างดี และร่วมบริจาคเงินทำบุญกันเป็นจำนวนมาก ได้ยอดเงินทำบุญในครั้งนี้ถึงเจ็ดแสนกว่าบาท นับเป็นนิมิตหมายในการ เริ่มต้นที่ดี จึงได้จดทะเบียนมูลนิธิและเริ่มต้นก่อสร้างธรรมสถานสุวรรณาภา ซึ่งยังต้องการศรัทธาประชาชนมาร่วมกันก่อสร้างอีกเป็นจำนวนมาก เพราะธรรมสถานแห่งนี้ยังต้องทำการก่อสร้างอีกหลายปีกว่าจะสำเร็จสมบูรณ์
ขออนุโมทนาบุญกับคณะผู้ร่วมก่อตั้งทุกท่าน และประชาชนทุกคน ที่ร่วมใจกันให้กำเนิดมูลนิธิสุวรรณโคมคำและธรรมสถานสุวรรณาภา และขออุทิศผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่ในการจัดตั้งธรรมสถานแห่งนี้ให้กับบรรพชนของพุทธศาสนาทุกคน บูรพาจารย์สุวรรณ โคมคำทุกท่าน ชาวไทยทั้งประเทศ มนุษยชาติทั้งหมด ตลอดจนสรรพชีวิตทั้งหลายทั้งปวงทั่วสากลจักรวาล และขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ร่วมกับบรรพชนของพุทธศาสนา บูรพาจารย์ทั้งปวง รวมถึงทวยเทพเทวาผู้เป็นสัมมาทิฏฐิทั้งสิ้น จงร่วมกันปกป้องรักษาให้ธรรมสถานแห่งนี้อยู่รอดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง และจง ดลบันดาลให้ธรรมสถานแห่งนี้รุ่งเรืองวัฒนาสถาพร เป็นกำลังสำคัญในการศึกษา ปฏิบัติ และเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างกว้างขวาง ตลอดกาลนานเทอญ

|